โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือโรคซีวีเอส ชีวิต “ติดจอ” ยิ่งติดนาน ยิ่งป่วย
ข้อมูลจากบทความของ แพทย์หญิงวีรยา พิมลรัฐ ในหนังสือ ตาดีได้อตาร้ายไม่เสีย จัดพิมพ์โดยราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย อธิบายว่า หากคุณมีพฤติกรรมและอาการต่าง ๆ ครบทุกข้อ สันนิษฐานได้เลยว่า คุณกำลังเป็น “โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” หรือโรคซีวีเอส (Computer Vision Syndrome : CVS) อย่างแน่นอน
คุณหมอวีรยาได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในบทความว่า ผู้ที่ใช้เวลาจ้องจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเกินกว่า 3 ชั่วโมง ประมาณร้อยละ 90 มักมีอาการของโรคนี้ โดยสาเหตุของโรคดังกล่าวเกิดจากตัวอักษรหรือภาพบนจอคอมพิวเตอร์ไม่มีความเรียบคม อีกทั้งเป็นสัญญาณที่ไม่นิ่ง เราจึงต้องใช้ความพยายามในการเพ่งหน้าจอมากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า
เมื่อประกอบกับสภาวะแวดล้อมในห้องที่ไม่เหมาะสม เช่น มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ระยะห่างระหว่างหน้าจอกับผู้ใช้ รวมถึงระดับความสูง – ต่ำของการวางหน้าจอไม่เหมาะสม ก็ส่งผลให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้ารุนแรงขึ้น
นอกจากนี้การเพ่งมองเป็นเวลานานยังทำให้กะพริบตาน้อยลง จึงเกิดอาการตาแห้ง เมื่อเป็นมากขึ้นก็ทำให้รู้สึกฝืดแสบหรือระคายเคืองตา ทำให้น้ำตาไหลได้
นอกจากนี้คุณหมอจุฑาไลยังชี้ว่า การจ้องหน้าจอมากเกินไปยังทำให้เกิดอาการตามัวด้วย
“เมื่อจ้องจอนานเข้า กล้ามเนื้อที่ปรับเลนส์ตาให้สามารถมองเห็นในระยะทั้งใกล้และไกลจึงเกิดการล้า ทำให้ปรับระยะการมองเห็นได้ช้า เมื่อเราย้ายสายตาจากหน้าจอไปเพ่งมองสิ่งอื่นที่อยู่ไกลออกไปจึงยังมองไม่ชัดในทันที ต้องรอสักครู่จึงจะชัดขึ้นค่ะ”
โดยอาการดังกล่าวที่เกิดสะสมมาตลอดวันจะทำให้มีอาการปวดตา ไปจนถึงปวดหัวหลังจากเลิกใช้งานคอมพิวเตอร์ได้
โดยคุณหมอจุฑาไลเสริมว่า “แม้ทุกวันนี้จะยังไม่มีงานวิจัยชี้ชัดเจนว่า การจ้องจอคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารนานไป อาจทำให้เกิดปัญหาทางสายตาได้ แต่พฤติกรรม
ดังกล่าวก่อให้เกิดความเมื่อยล้าหรือปวดดวงตาที่ก่อความรำคาญและส่งผลต่อการใช้ชีวิต ดังนั้นหมอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อเยียวยาอาการดังกล่าวในเบื้องต้นค่ะ”
CHECKLIST! คุณเสี่ยงเป็นคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมหรือไม่
คุณมักจ้องจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมง โดยไม่พัก
หลังจากจ้องจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารเป็นเวลานาน คุณมักมีความรู้สึกฝืดแสบดวงตาบางครั้งก็มีน้ำตาไหลออกมา
คุณมักมีอาการปวดตา ปวดกระบอกตา และปวดหัวทุกเย็นหลังเลิกงาน
คุณมักใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารในที่ที่มีแสงน้อยหรือมีแสงสะท้อนเสมอ
5 วิธีปรับพฤติกรรมสู้โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม
คุณหมอจุฑาไลมีคำแนะนำในการแก้อาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมในเบื้องต้นดังนี้
พักสายตาเป็นระยะ
“หากต้องทำงานหน้าจอต่อเนื่อง หมอแนะนำว่าให้พักด้วยการหลับตาสักครู่หนึ่ง ทุก 20 – 30 นาทีหรือหากนั่งทำงานต่อเนื่อง 1 – 2 ชั่วโมง ควรลุกไปทำอย่างอื่นสัก 5 – 10 นาที
แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ วิธีพักสายตาเช่นนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาไม่ล้าเกินไป อีกทั้งยังลดอาการตาแห้งได้อีกด้วย”
กะพริบตาบ่อย ๆ
“การกะพริบตาช่วยให้น้ำตาที่ผลิตจากต่อมน้ำตาใต้เปลือกตามาเคลือบตา ทำให้ดวงตา
ไม่แห้ง จึงลดอาการฝืดเคืองดวงตาได้”
จัดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เหมาะสม
“ไม่ควรเปิดพัดลมเป่าจ่อใบหน้าและดวงตา หรือนั่งใต้แอร์เวลาทำงาน เพราะจะยิ่งทำให้ตาแห้ง อีกทั้งต้องไม่ให้มีแสงจากด้านหลังสะท้อนหน้าจอเข้าดวงตา รวมถึงไม่ทำงาน
ในห้องที่มีแสงไม่เพียงพอค่ะ”
“น้ำตาเทียม” ตัวช่วยเบื้องต้น
“หากทำทุกอย่างที่กล่าวมาแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้หยอด “น้ำตาเทียม” เพื่อให้ดวงตามีน้ำหล่อลื่น ช่วยให้ไม่เกิดอาการแห้งแสบ หรือเคืองตา”
หาหมอเพื่อดูอาการ
“ในกรณีที่มีน้ำตาไหลตลอดเวลา หรือมีอาการปวดตามาก ๆ ควรพักสายตา หรือกินยาแก้ปวด หากอาการไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากพบบ่อยว่าอาการตาแห้งมากเกินไปก่อให้เกิดแผลเล็ก ๆ ที่กระจกตา ส่งผลให้เกิดอาการแสบเคืองและปวดดวงตา รวมถึงอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้”
ข้อมูลเพิ่มเติม :
สล็อต